643
จากคำบอกเล่าของผู้อาวุโสได้เล่าต่อๆ กันมาหลายกระแสบ้างก็กล่าวว่าในอดีตบุคคลกลุ่มแรกที่ได้เข้ามา อาศัยอยู่ในตำบลนี้มีชื่อว่า ตาพ่วง ยายพรมโดยทั้งสองเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราชจึงตั้งชื่อสถานที่นี้ว่า พ่วงพรมคร บ้างก็กล่าวว่าแต่เดิมนั้นมีผู้คนอพยพมาจากหลายพื้นที่โดยส่วนใหญ่มาจากจังหวัดนครศรีธรรมราชและมาอาศัยอยู่บริเวณริมลุ่มแม่น้ำตาปี
(ปัจจุบันคือหมู่ที่ 5 บ้านคลองโร)ในสมัยนั้นการเดินทางยากลำบากจึงต้องเดินทางโดยเรือแต่เนื่องด้วยกระแสน้ำไหลรุนแรงทำให้ต้องพ่วงเรือหลายๆลำเข้าด้วยกันจึงทำให้เรียกชื่อตำบลนี้ว่าพ่วงพรมคร และยังมีอีกกระแสหนึ่งคือในสมัยก่อนพื้นที่ของตำบลพ่วงพรมคร มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากประชาชนส่วนใหญ่ในสมัยนั้นสร้างบ้านเรือนอยู่ติดกับริมแม่น้ำตาปีซึ่งบริเวณนั้นเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก การดำรงชีวิต แต่ประสบปัญหาในการเดินทาง เพราะถนนหนทางนสมัยนั้นเป็นป่ารกทึบ มีสัตว์ร้ายมากมายคนส่วนใหญ่จึงนิยมเดินทางด้วยเรือเป็นหลักจึงทำให้มีความผูกพันธ์กับแม่น้ำลำคลอง และแม่น้ำยังเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนราษฎรในสมัยนั้นจึงมีอาชีพการหาไข่เต่า และนอกจากการหาไข่เต่าแล้วยังมีการหาน้ำผึ้ง ซึ่งราษฎรที่ต้องการขายไข่เต่าหรือน้ำผึ้งก็จะต้องเสียภาษี ในสมัยนั้นจะต้องเสียภาษีที่อำเภอซึ่งในขณะนั้นตำบลพ่วงพรมครอยู่ในเขตอำเภอบ้านนา การเสียภาษีจะเรียกชื่อตามสิ่งนั้นๆ เช่น ถ้าขายไข่เต่าเมื่อเสียภาษีจะเรียกภาษีนั้นว่าภาษีไข่เต่า ถ้าขายน้ำผึ้งเมื่อเสียภาษีเรียกว่าภาษีน้ำผึ้งการเก็บภาษีไข่เต่าจะเริ่มเก็บในช่วงที่เต่าเริ่มวางไข่ คือประมาณมีนาคม-ปลายพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงหน้าแล้งเหมาะแก่การวางไข่ของเต่า ชาวบ้านจะเรียกเต่านั้นว่า“เต่าแม่ท่า” ซึ่งเต่าชนิดนี้จะมีกระดองสีน้ำตาลออกแดงอ่อนๆผิวเรียบและมีขนาดใหญ่สามารถขึ้นนั่งบนกระดองได้วิธีเก็บไข่เต่าของชาวบ้านจะเริ่มตั้งแต่รับขวัญเต่าที่บริเวณหาดขวัญ (ตำบลอรัญคามวารีในปัจจุบัน) จากนั้นเมื่อถึงเวลาประมาณ 16.00 น.ของทุกๆ วันชาวบ้านจะนำเชือกผูกทุ่นไป ขึงขวางแม่น้ำเอาไว้เพื่อไม่ให้มีการสัญจรไปมาในบริเวณนั้นซึ่งการนำเชือกไปขวางแม่น้ำจะทำ 2 จุด คือจุดแรกที่หาดขวัญมีนายพรมทำหน้าที่เฝ้า และอีกจุดหนึ่งบริเวณหาดทางด้านต้นแม่น้ำซึ่งเป็นพื้นที่ระหว่างหาดที่มีความเหมาะสมในการวางไข่ของเต่า เมื่อชาวบ้านสัญจรไปมาเห็นเชือกที่ขึงขวางแม่น้ำอยู่ก็จะรู้ว่าบริเวณดังกล่าวเป็นบริเวณที่เต่าวางไข่ห้ามไม่ให้ผู้ใดผ่านเข้าไปจนกว่าจะสว่าง ในเวลาต่อมามีผู้คนอพยพมาอาศัยอยู่บริเวณนี้มากขึ้น จึงทำให้นายพรมและชาวบ้านเดินทางไปยังอำเภอเพื่อขอจัดตั้งเป็นตำบลทางอำเภอจึงอนุญาตให้จัดตั้งเป็นตำบล ส่วนชื่อตำบลนั้นชาวบ้านได้ใช้ชื่อสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านดังกล่าวจึงตั้งชื่อตำบลนี้ว่า พ่วงพรมครเพราะในสมัยนั้นมีการเก็บไข่เต่าขายโดยจะที่มีการขึงเชือกขวางแม่น้ำและมีทุ่นห้อยพ่วงกันเอาไว้และมีนายพรมเฝ้าอยู่ทุกปี ในช่วงที่มีการเก็บไข่เต่าจึงได้นำคำทั้งสองมารวมกันแต่ยังไม่ไพเราะจึงเพิ่มคำว่าครลงไปเพื่อบอกลักษณะความเป็นเมืองและได้กลายเป็นชื่อตำบลว่าพ่วงพรมครในปัจจุบันโดยในช่วงแรกๆ แบ่งการปกครองออกเป็น 7 หมู่บ้านต่อมาเมื่อมีประชากรเพิ่มมากขึ้นได้แบ่งการปกครองซึ่งในปัจจุบันนี้ตำบลพ่วงพรมครได้แบ่งการปกครองออกเป็น 13 หมู่บ้าน
643
|
องค์การบริหารส่วนตำบลพ่วงพรมคร อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นราชการบริหาส่วนท้องถิ่น เดิมองค์การบริหารส่วนตำบลพ่วงพรมคร เป็นสภาตำบลพ่วงพรมคร ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และได้มีการประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2539 เพื่อจัดตั้งสภาตำบลที่มีรายได้ไม่รวมเงินอุดหนุนในปีงบประมาณ 2536 ถึงปี 2538 เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าปีละ 150,000 บาท เป็น องค์การบริหารส่วนตำบลจำนวน 2,143 แห่ง มีผลบังคับใช้ในวันที่ 30 มีนาคม 2539 องค์การบริหารส่วนตำบลพ่วงพรมครได้จัดตั้ง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2540 ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของ นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดและกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพ่วงพรมคร เป็นผู้บริหารสูงสุด มีภารกิจอำนาจหน้าที่ภายใต้ระเบียบ กฎหมาย ข้อบังคับและมติ ครม. ที่เกี่ยวข้อง |
|
|
643
| วิสัยทัศน์ |
|
“ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี แหล่งท่องเที่ยวเด่น เน้นหลักธรรมมาภิบาล สู่ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ”
|
643
นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy)